How to write prefect blog post

การเขียน Blog ให้น่าสนใจ

บทความนี้ขอหยิบบทความที่น่าสนใจจาก Buffer blog ซึ่งจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเขียน Blog อย่างไรให้ออกมาสมบูรณ์แบบและน่าสนใจที่สุดกันครับ ในการเขียน Blog ให้น่าอ่านน่าติดตามนั้นเป็นเรื่องที่ยากและกดดันไม่น้อย ซึ่งแตกต่างจากการทวิตข้อความสั้นๆ หรือโพส Status เท่ห์ๆ ลง Facebook

code laptop typing photo

ต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยการเขียน Blog ให้สมบูรณ์แบบเป็นเรื่องยาก ซึ่งตัวบทความนี้เองอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบก็ต้องขออภัยไว้ ณ ​ที่นี้ด้วยครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

สิ่งที่ต้องคำนึงถึง 7 ประการ

จริงๆ หลักการในการเขียนของผู้แต่งต้นฉบับนั้นมีมากกว่านี้ แต่เราได้หยิบยกมาทั้งหมด 7 ประการ ดังนี้

  1. หัวเรื่อง (Headline)
  2. การเล่าเรื่อง (Storytelling hook)
  3. เริ่มด้วยตัวอักษรน้อยๆ ก่อน
  4. เปิดด้วยภาพที่สื่อความหมาย
  5. แยกเป็นข้อย่อยๆ เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านเร็วๆ
  6. เนื้อหาควรมีคำ 1,500 คำขึ้นไป
  7. มีวิธีการแชร์ต่อได้ง่ายๆ

เรามาดูรายละเอียดในแต่ละส่วนกันต่อครับ

เขียนหัวเรื่องอย่างไรให้สมบูรณ์แบบ

8 จาก 10 คนจะอ่านหัวเรื่องของคุณ

และมีเพียง 2 จาก 10 จะเข้าไปอ่านต่อ

สิถิติจาก Copyblogger นี้แสดงให้เห็นความสำคัญของหัวเรื่องเป็นอย่างมาก แล้วทำอย่างไรละจะให้มันน่าอ่านที่สุด

เริ่มต้นจากความยาวของหัวเรื่อง

ผู้อ่านส่วนใหญ่จะอ่านและจับใจความ 3 คำแรกและ 3 คำหลัง ได้มากที่สุด สถิติที่ได้มาจากผลการทดสอบจริงนี้แสดงให้เห็นว่าผู้อ่านส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านคร่าวๆ เฉพาะในเนื้อหา แต่ก็อ่านหัวเรื่องคร่าวๆ เช่นกัน ดังนั้น

หัวข้อเรื่องควรมีแค่ 6 คำ

ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วหัวเรื่องสั้นก็จะมีผลดีต่อ SEO ด้วย ซึ่งในการค้นหาโดยใช้ Google ผลการค้นหาจะสามารถแสดงได้เพียง 55 ตัวอักษรเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นผลดีในการแสดงผลการค้นหาโดย Google Search ด้วย

Google title tags search

นอกจากความยาวของหัวเรื่องที่ต้องคำนึงถึงแล้ว อารมณ์ที่แผงอยู่ในหัวเรื่องก็เป็นสิ่งสำคั​ญ โดยตัวอย่างของอารมณ์ของหัวเรื่องจากการ Search โดยใช้ Keyword ว่า “how to write a great headline” โดยใช้ Google เมื่อวิเคราะห์ผลการค้นหาที่มีคนสนใจเยอะๆ จะได้อารมณ์ดังต่อไปนี้

  1. ทำให้ประหลาดใจ (Surprise) – “นี่ไม่ใช่การโพส Blog ที่สมบูรณ์แบบ (แต่มันอาจจะเคยเป็น…)”
  2. คำถาม (Question) – “คุณรู้หรือไม่ว่าการโพส Blog ให้สมบูรณ์แบบทำยังไง?”
  3. ตั้งข้อสงสัย (Curiosity gap) – “ส่วนประกอบ 10 ข้อสำคัญในการโพส Blog ให้สมบูรณ์แบบ ข้อ 9 คือเป็นไปไม่ได้”
  4. ประโยคเชิงปฏิเสธ (Negatives) – “อย่าเขียน Blog ที่น่าเบื่ออีกเลย”
  5. ทำอย่างไร (How to) – “โพส Blog ให้สมบูรณ์แบบทำอย่างไร”
  6. ตัวเลข (Numbers) – “10 ข้อแนะนำในการเขียน Blog ให้สมบูรณ์แบบ”
  7. อ้างอิงกลุ่มผู้ฟัง (Audience referencing) – “สำหรับผู้ที่ดูหมิ่นการเขียน Blog ที่สมบูรณ์แบบ”
  8. เฉพาะเจาะจง (Specificity) – “6 ขั้นตอน ในการเพิ่มจำนวนคนเข้า Blog คุณเป็นสองเท่า”

นอกจากตัวอย่างข้างต้นคุณยังสามารถหาตัวอย่างของหัวข้อ Blog ตามเวปชั้นนำที่มีคนอ่านเยอะๆ เพื่อทำความเข้าใจกับมันอีกด้วย

เริ่มต้นเขียนด้วยวิธีการเล่าเรื่อง (Storytelling)

หัวเรื่องอาจจะเป็นตัวที่นำคนอ่านเข้ามาสู่บทความ แต่ส่วนเริ่มของบทความเป็นตัวที่จะทำให้ผู้อ่านนั้นอ่านต่อ

Alex Turnbull และทีม Groove HQ ได้ทำการทดสอบหาวิธีการเขียนบทความที่น่าสนใจและผลปรากฎว่าการเขียนด้วยวิธีการเล่าเรื่องนั้นทำให้มีผู้อ่านเพิ่มขึ้นถึง 300 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการเขียนที่ไม่มีการเล่าเรื่อง

story chart final

ดังนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเริ่มเขียนทุกครั้งควรจะเริ่มด้วยการเขียนเรื่องราวที่มาที่ไป หรือการเล่าความคิดส่วนตัวเกี่ยวกับหัวข้อที่จะเขียนก่อน

ลดจำนวนตัวอักษรและใช้ภาพแทน

คุณเคยสังเกตไหมว่า Blog เกือบจะทุก Blog จะเริ่มด้วยภาพเสมอ หรือไม่ก็มีภาพทางด้านขวา

เคยคิดไหมว่าทำไม?

ถ้าคุณเดาว่า “ภาพมันเข้าใจง่ายกว่าตัวอักษร” คุณคิดถูกแล้ว รูปภาพเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ และภาพก็ช่วยดึงความสนใจได้มากกว่าตัวอักษรเป็นอย่างมาก

อีกเหตุผลที่ทำให้ภาพดีกว่าคือมันช่วยลดจำนวนตัวอักษรต่อบรรทัดลง ถ้าเราเอาภาพไว้ทางด้านขวา หรือซ้ายของตัวอักษร จะทำให้จำนวนบรรทัดสั้นลงทำให้อ่านง่ายขึ้น เพราะว่ามันดูเรียบง่ายกว่าและไม่ซับซ้อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ Social: Derek Halpern ได้กล่าวว่า

จำนวนตัวอักษรต่อบรรทัดที่ลดลงทำให้คนอ่านได้เร็วและง่ายขึ้น

 

โดยเขาได้นำเสนอว่า Blog ที่ดีนั้นควรจะมีหัวเรื่องด้านบน และประโยคเปิดเรื่อง โดยมีรูปภาพอยู่ทางด้านขวา ตามรูปด้านล่าง

Derek Halpern blog post blueprint

ถ้าการจัด Feature Image เป็นเรื่องยาก ก็มีอีกหนึ่งทางที่จะทำให้ตัวอักษรต่อบรรทัดลดลงนั่นคือการขยายขนาด Font โดยคุณสามารถจัดให้ส่วนเปิดมีขนาด Font ที่ใหญ่อีกกว่าส่วนอื่นและจัดให้สวยงามได้

สร้างหัวข้อย่อยให้มากที่สุด

คุณคงเคยรู้มาว่าคนที่เล่นอินเตอร์เนตทุกวันนี้ไม่ได้อ่านเพื่อจับใจความ แต่อ่านกันแบบผ่านๆ มากกว่า

จริงที่ว่าบางคนอาจจะตั้งใจอ่านเนื้อหาแต่คนส่วนใหญ่จะอ่านแบบผ่านๆ เร็วๆ เพื่อให้ได้เนื้อหามากที่สุด ดังนั้นคุณควรจะต้องสร้างหัวข้อย่อยให้เยอะๆ เพื่อทำให้คนส่วนใหญ่สามารถจับใจความได้ แม้จะอ่านผ่านๆ ก็ตาม The Yoast blog ได้นิยามวิธีการตั้งหัวข้อย่อยซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำมาใช้ดังต่อไปนี้

  • H1: ชื่อเรื่อง
  • H2 และ H3 เป็นหัวข้อย่อย และหัวข้อย่อยอีกชั้น
  • H4: เป็นชื่อของ Blog เราหรือลิงค์
  • H5: อาจจะใช้ในบาร์ด้านข้าง เป็นต้น

เขียนเนื้อหาที่สมบูรณ์พอเหมาะ

ถ้าคุณเขียนหัวเรื่องได้ดีทำให้คนสนใจเข้ามาดู เกริ่นนำด้วยการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ และนำผู้อ่านเข้ามาสู่เนื้อหาจริงๆ แล้ว คุณได้เริ่มต้นเขียนบทความที่ดีกว่าคนอื่นทั่วๆ ไปในเวปส่วนมากแล้วครับ แต่ส่วนเนื้อหาก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กันที่ไม่ควรจะมองข้าม

โดยทั่วไปนั้นการเขียน Blog ที่สมบูรณ์จะมีประเดนที่เป็นที่ถกเถียงอยู่ 2 ข้อ

  1. ควรจะยาวเท่าไหร่

  2. เนื้อหาควรจะเป็นอย่างไร

ซึ่งจริงๆ แล้วการเขียนบทความหรือ Blog ที่สมบูรณ์นั้นไม่มีความยาวตายตัวแน่นอน ถ้าพิจารณา Blogger ชื่อดังบางท่านก็มีเนื้อหาแค่ 200 คำเท่านั้น แต่นั่นก็เป็นเพราะว่าผู้เขียนเป็นที่นิยมมีคนติดตามอ่านมากอยู่แล้ว ซึ่งในความเป็นจริงยิ่งจำนวนคำในบทความมีมากเท่าไหร่ บทความนั้นก็จะมีคนอ่านและส่งต่อกันมากขึ้นตามสถิติ

บทความที่มีตัว 1500 คำขึ้นไปจะได้รับการแชร์มากกว่า

เราพบว่ามีข้อมูลที่น่า Quick Sprout ซึ่งนำบทความในนิตยสารออนไลน์ชื่อดังมาวัดอัตราการทวิต แชร์ผ่าน Facebook และ LinkedIn แยกตามจำนวนคำของบทความพบว่า บทความยิ่งยาวก็จะได้รับการแชร์มากขึ้น

social shares

และนอกเนื้อไปจากจำนวนคำในบทความ อีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญคือบทความควรจะใช้เวลาในการอ่านต่อหนึ่งบทความไม่เกิน 7 นาที ซึ่งคิดคร่าวๆ ควรจะมีคำในบทความประมาณ 1,600 คำ ตามรูปความสัมพันธ์ด้านล่าง

Word amount and time spend

ซึ่งถ้าคุณมีความจำเป็นที่จะต้องเขียนบทความยาวมากๆ ก็จำเป็นที่จะต้องคำนึงหัวข้อย่อยต่างๆ และคำที่เน้นให้มีตัวอักษรหนา หรือขนาดตัวอักษรที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้คนอ่านสามารถอ่านจับใจยาวสำคัญได้ง่ายขึ้นแม้จะทำการกวาดตาเร็วๆ โดยเราได้สรุปลูกเล่นทำให้อ่านเร็วขึ้นได้ดังต่อไปนี้

  • ทำเป็น Bullet
  • ทำให้อยู่ในเครื่องหมายคำพูด “”
  • ทำตัวอักษรให้หนาขึ้น
  • ทำย่อหน้าให้สั้นๆ
  • ใช้ภาพแทน

ทำให้ข้อความโดนๆ ทวิตได้

วิธีการนี้เหมาะสำหรับยุคสมัยนี้มาก เพราะว่าคนทั่วๆ ไปชอบแชร์ข้อความผ่านทาง Social ต่างๆ โดยเฉพาะ Twitter และ Facebok ดังนั้นถ้าเราทำให้ข้อความโดนๆ ในบทความสามารถทวิตได้ ก็อาจจะทำให้เกิดการบอกต่อและมีผู้อ่านวิ่งกลับมาหาบทความเราได้ โดยคุณสามารถเลือก Plugin มากมายมาลงใน Blog ได้ ตามตัวอย่างในรูปด้านล่าง

Tweet quote

เริ่มระดมความคิดสำหรับบทความของคุณ

ผมคิดว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณมีไอเดียในการเขียน Blog ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผมก็ได้พยายามลองเอาหลักการต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นมาลองปรับใช้กับบทความนี้เองดูด้วย ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่ามันช่วยให้ผมสามารถเขียนบทความได้ดีและอ่านรู้เรื่องยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ตัวเนื้อหาของบทความเองต่างหากที่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการคิด และวางโครงมาก่อนจึงจะทำให้บทความของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด

สุดท้ายผมก็ฝากข้อแนะนำจาก Hubspot เกี่ยวกับองค์ประกอบในการเขียนเนื้อหาบทความที่ดีควรจะมี …

  1. มีการกระทำจริงๆ
  2. มีความเกี่ยวข้อกับสถานการณ์และเทรนปัจจุบัน
  3. ใหม่
  4. ภาพประกอบ
  5. มีขั้นตอนการแก้ปัญหาที่กล่าวถึงในบทความ
  6. สนุกสนาน
  7. สรุป

The End

Comments




Pin It on Pinterest

Share This