apple-osx-10-10-yosmite-ios8

Apple เปิดตัว OS X Yosemite และ iOS 8

เปิดตัวอย่างทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ OS X Yosemite  และ iOS 8 ของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ของโลกที่เรารู้จักกันในชื่อว่า Apple 

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2014 Worldwide Developers Conference (WWDC) ได้จัดงานประชุมนักพัฒนาประจำปี 2014 ของ Apple เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่สำหรับคอมพิวเตอร์ Mac ได้แก่ OS X Yosemite (โอเอส 10 โยเซมิตี) และเปิดตัว iOS 8 สำหรับไอโฟนและไอแพด ที่ Moscone Center ในเมือง San Francisco สหรัฐฯ

iOS X Yosemite

สำหรับ Feature ใหม่ๆสำหรับ OS X Yosemite ได้แก่

1. Notification and widgets

Notification center (ศูนย์แจ้งเตือนข้อมูล) แยกเป็นสองส่วนคือส่วนแจ้งข้อมูลประจำวัน (Today) กับส่วนการแจ้งเตือน (notification) บอกเวลา, วันที่ การเตือนความจำ สภาพอากาศ และสามารถเพิ่ม Widgets จากแอพต่างๆ รวมถึงแอพภายนอก (third-party)

2. Spotlight

เปลี่ยน Interface ใหม่ เพิ่มความฉลาดในการค้นหา โดยนอกจากจะค้นหาสิ่งที่เราต้องการจากในตัวเครื่องแล้วเรายังสามารถค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต, วิกิพีเดีย หรือกระทั่งแผนที่ ซึ่งดูๆไปก็คล้ายเว็บบราวเซอร์ และแสดงเป็นแถบให้ผู้ใช้เห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นนี้เอง

iOS X Yosemite & iOS8

3. Safari

ปรับปรุงใหม่ให้เหลือแถบ bar เพียงแถบเดียว เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ Content มีเพิ่มขึ้น และหากต้องการที่จะนำแถบเครื่องมืออันเก่ามาใช้ต่อก็ได้ ส่วนเรื่องของการค้นหาบางอย่าง เมื่อคลิกจะแสดงเว็บไซต์ที่เป็น favorite ของเราทั้งหมด และเมื่อทำการค้นหาเราสามมารถที่จะใช้ Spotlight ช่วยแนะนำหน้าเว็บที่ต้องการ และในส่วนของการ Share สามารถ Share ได้ในหน้าเว็บนั้นๆ ทันที

4. Mail

เพิ่มความเร็วในการทำงาน Feature Mail Drop เพื่อแก้ปัญหาไฟล์ใหญ่เกินไปจนส่งไม่ได้ โดย Mail Drop สามารถเลือกให้ส่งข้อมูลผ่าน iCloud ได้ โดยจำกัดขนาดไม่เกิน 5GB หากส่งถึงผู้ใช้งาน OS X Yosemite ด้วยกัน ผู้รับจะเห็นภาพทันที หากเป็นผู้ใช้งานอื่นๆ จะมีลิงก์ให้ดาวน์โหลด นอกจากนี้ยังมีระบบ Mark-up สามารถเพิ่มข้อความ, ลูกศร, วงกลม ฯลฯ ไว้ในภาพ, ข้อความ หรือไฟล์ ที่จะส่งได้ทันทีใน Mail และมี Instant Hotspot สามารถตั้งให้อุปกรณ์ iOS ของเราที่อยู่ใกล้ๆ กลายเป็น Hotspot ได้โดยไม่ต้องแตะเครื่อง

iOS X Yosemite

5. iCloud Drive

พื้นที่เก็บข้อมูล จะเชื่อมต่อกับ Mac ทุกเครื่องของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ สามารถทำให้ผู้ใช้งานหาเอกสาร และไฟล์ต่างๆได้ผ่าน Finder นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นผ่านอุปกรณ์ iOS ของผู้ใช้ ผ่าน iCloud Drive บน iOS

6. Continuity

เป็นระบบการทำงานร่วมกันระหว่าง Mac และอุปกรณ์ iOS สามารถส่งข้อมูลจาก Mac ไปยัง ไอโฟนหรือไอแพดที่อยู่ใกล้ๆ หรือในทางกลับกันได้ รวมทั้งสามารถ Check อีเมล์ หรือหากเขียนข้อความค้างอยู่บน Mac ก็สามารถส่งต่อไปยัง iphone เพื่อเขียนต่อได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ Mac รับโทรศัพท์แทนไอโฟนที่อยู่ในขอบเขตที่กำหนด และสื่อสารได้ทันที ด้วย Specker Phone และสามารถโทรออกจากเครื่อง Mac ได้ด้วย

[TS-VCSC-Lightbox-Gallery content_images=”8556,8555,8554,8546″ content_style=”grid” data_grid_breaks=”240,480,720,960″ data_grid_space=”2″ data_grid_order=”false” lightbox_pageload=”false” thumbnail_position=”bottom” thumbnail_height=”100″ lightbox_effect=”random” lightbox_autoplay=”false” lightbox_speed=”5000″ lightbox_backlight=”auto” lightbox_backlight_color=”#ffffff” lightbox_social=”true” margin_top=”0″ margin_bottom=”0″][/TS-VCSC-Lightbox-Gallery]

ด้าน iOS 8 มี Featureใหม่ๆ ดังนี้

Continuity เป็นระบบการทำงานร่วมกันระหว่าง Mac และอุปกรณ์ iOS ระบบการทำงานใกล้เคียงของ OS X Yosemite

1. Notification center

สามารถตอบสนองกับข้อความแจ้งเตือนได้แล้ว เช่นเมื่อได้รับข้อความขณะใช้งาน Application ผู้ใช้สามารถแตะและลากแถบแจ้งเตือนลงมา ซึ่งจะปรากฏคีย์บอร์ด ให้ผู้ใช้สามารถตอบข้อความได้ในทันที รวมถึงตอบสนองกับข้อความแจ้งเตือนในหน้าจอล็อกได้ และสามารถเพิ่ม Widgets ได้ด้วย

2. Spotlight

เพิ่มความฉลาดในการค้นหา เช่นเดียวกับ Spotlight ใหม่ บน OS X Yosemite

iOS 8-Handoff

3.Keyboard get powered up

Keyboard รองรับ คีย์บอร์ดจากผู้พัฒนาภายนอกเพิ่มระบบ QuickType เดาคำต่อไปที่เราจะใช้ โดยจะแสดงเป็นแถบตัวเลือกใต้กล่องข้อความที่เรากำลังพิมพ์ สามารถเลือกได้โดยการคลิ๊ก

4. Messages get Audio and Video chat 

Messages get Audio and Video chat  ตัวใหม่นี้มีทีเด็ดตรงที่เราจะสามารถส่งข้อความสนทนาเป็นกลุ่มได้แล้ว เราสามารถเพิ่มหรือนำคนออกจากกลุ่มสนทนาได้ รวมถึงสามารถตั้งสถานะ ห้ามรบกวน (Do not disturb) และสามารถแบ่งปันสถานที่กับคนอื่นๆได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบ Tap to Talk โดยให้ผู้ใช้งานใช้นิวแตะค้างไว้ที่ไมโครโฟน จากนั้นปาดนิ้วขึ้น ก็สามารถพูดเพื่อส่งข้อความเสียงได้

iOS8 instant hotspot

5. iCloud  Drive 

iCloud Drive แบบครบวงจรใน iOS 8นี้ จะช่วยให้คุณสามารถเปิดเอกสารข้อมูลต่างๆเข้ากับตัว app นี้ได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถที่จะเข้าถึงไฟล์การบันทึกและซิงค์ผ่าน iCloud จาก Mac ของคุณได้อีกด้วย

6. HealthKit ฟีเจอร์เพื่อสุขภาพ 

เป็นการรวบรวมข้อมูลสุขภาพที่ได้จับแอพฯต่างๆไว้ในที่เดียว โดยมาพร้อมกับแอพฯ Health ซึ่งสามารถตรวจวัดค่าตัวเลขต่างๆได้ ทำงานร่วมกับ Applicationพันธมิตรของศูนย์สุขภาพและโรงพยาบาลต่างๆ เช่นเมื่อผู้ใช้ตรวจวัดความดันเลือด ข้อมูลจะถูกส่งไปยัง App ของโรงพยาบาลโดยอัตโนมัติ เพื่อยืนยันผลการตรวจวัด

iOS 8-family sharing

7. Family Sharing

เป็นการให้ความสำคัญกับครอบครัวเรา ซึ่งเราสามารถแชร์อะไรก็ได้ลงไปใน Family Sharing ไม่ว่าจะเป็น เพลง ภาพยนตร์ รูปภาพ ที่ครอบครัวของเราซื้อผ่านบัตรเครดิตเดียวกันบน iTunes Store ได้มากถึง 6คน ข้อดีคือเมื่อเด็กซื้อ App หรือสิ่งของภายใน App ก็จะมีข้อความขออนุญาตส่งไปยังอุปกรณ์ iOS ของผู้ใหญ่ด้วย

8. A Brand New Photos App

เพิ่ม Feature Smart Editing สามารถปรับแต่งภาพได้ละเอียดมากยิ่งชึ้น ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงรูปภาพที่อยู่บน Cloud ได้ทั้งหมด โดยเพิ่มระบบตั้งเงื่อนไขในการค้นหาเพื่อง่ายต่อการค้นหารูปภาพ Apple ยังเผยราคาใหม่สำหรับการเก็บข้อมูลบนคลาวด์ โดย 5GB แรก ไม่เสียค่าใช้จ่าย 20 GB เสียค่าใช้จ่าย $0.99 ราวประมาณ 33 บาทต่อเดือน และ 200GB เสียค่าใช้จ่าย $3.99 ราวประมาณ 130 บาทต่อเดือน

iOS8-Siri

9. Siri is now hands free

เพิ่มภาษาเขียนที่รองรับเป็น 22 ภาษา ซึ่งคนไทยต้องรอติดตามเลยทีเดียวว่าจะมีภาษาของเราด้วยหรือไม่ เมื่อเชื่อมต่อกับรถยนต์จะสามารถเปิดการทำงานของ Siri ได้ด้วยการกล่าวทักทาย โดยไม่ต้องสัมผัสไอโฟน

10. Homekit

ควบคุมบ้านด้วย iPhone ไม่ว่าจะเป็นการลอคประตูบ้าน การเปิดไฟ ควบคุบกล้องวงจรปิด และยังสามารถเชื่อมต่อกับ Siri ได้อีกด้วย นับได้ว่าเหมือนเรายกบ้านเข้าไปอยู่ใน iphone ที่ทำให้เราง่ายต่อการควบคุมทุกอย่างภายในบ้านได้อย่างง่ายขึ้น

[TS-VCSC-Lightbox-Gallery content_images=”8559,8558,8549,8548″ content_style=”grid” data_grid_breaks=”240,480,720,960″ data_grid_space=”2″ data_grid_order=”false” lightbox_pageload=”false” thumbnail_position=”bottom” thumbnail_height=”100″ lightbox_effect=”random” lightbox_autoplay=”false” lightbox_speed=”5000″ lightbox_backlight=”auto” lightbox_backlight_color=”#ffffff” lightbox_social=”true” margin_top=”0″ margin_bottom=”0″][/TS-VCSC-Lightbox-Gallery][TS-VCSC-Spacer height=”26″]

นอกจากนี้ยังมี Feature ใหม่สำหรับนักพัฒนา Application เช่น Extensibility สำหรับส่งข้อมูลจากแอพฯหนึ่งไปยังอีกแอพฯหนึ่ง, Metal สำหรับประมวลผลภาพ 3 มิติ ที่เร็วกว่า OpenGL ถึง 10 เท่า, CloudKit คลาวด์สำหรับนักพัฒนา ให้พื้นที่ 1PB, SceneKit ตัวแสดงผลภาพ 3 มิติ และ Swift ภาษาใหม่สำหรับนักพัฒนาที่ใช้ Xcode

ทั้งนี้ OS X Yosemite จะเปิดให้ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นโหลดไปทดลองใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. ส่วนผู้ใช้งานทั่วไปสามารถดาวน์โหลดตัวเต็มได้ในช่วงปลายปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือสามารถลงทะเบียนเพื่อโหลดระบบ OS X Yosemite Betas ไปทดลองใช้ก่อนได้ในเร็วนี้ๆ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า แอปเปิลอาจจะเปิดตัวไอโฟนและคอมพิวเตอร์ Mac รุ่นใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน

Comments




Pin It on Pinterest

Share This