Social Media After Death

จะเกิดอะไรในโลก Social Media เมื่อคุณตาย!

โลกโซเชี่ยล เมื่อหลังความตายมาเยือน (SOCIAL MEDIA AFTER DEATH)

ชีวิตหลังความตายของในหลายๆคนอาจเป็นเรื่องที่ยากแก่การเข้าถึง และไม่มีใครสามารถบอกเล่า ให้ใครต่อใครฟังได้ ขนาดในโลกแห่งความเป็นจริงยังยากเกินจะอธิบาย หรือยอมรับได้ขนาดนั้น แล้วในโลกโซเชียลล่ะจะซับซ้อนขนาดไหนกัน

ในขณะที่พวกเรายังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้างหลังความตาย นายแดน แชฟเฟอร์ (Dan Shaffer) จากเพจ WebPageFX.com ได้ทำคู่มือจำลองสถานการณ์โลกโซเชียลกับชีวิตหลังความตาย หลายท่านอาจจะพอทราบกันมาบ้างแล้วนะครับว่า แต่ละโซเชียลทำอะไรกันบ้างหลังเราตาย ในที่นี้ขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อย อาทิเช่น ทวิตเตอร์ (Twitter) เองถ้าเราไม่เคลื่อนไหวใดๆภายใน 6 เดือนก็จะทำการลบบัญชีเราออกจากระบบ เป็นต้น

เอ๋? แล้วถ้าโซเชียลมีเดียบางอันไม่ได้มาล่วงรู้ชีวิตของคุณ หรือผมเลยล่ะ ระบบเหล่านั้นจะมีวิธีการจัดการอย่างไรกันล่ะ คงเป็นไปไม่ได้ที่ระบบโซเชียลเหล่านั้นจะมาถามญาติโกโหติกาเราว่าเรายังมีตัวตนอยู่ไหมหรอก แน่นอนไม่ว่าบัญชีนั้นจะถูกลบ (Deleted) หรืออยู่ในสถานะไม่ใช้งาน (Deactivated) ข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับตัวเราเองก็จะยังคงอยู่ อาจจะต้องมีสถานะใหม่มากำหนดหรือเปล่าว่าเป็น สถานะ “ไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้  (Status Unearthed)” ก็ว่ากันไปครับ

Social Media After Death

SOCIAL อื่นๆล่ะ

หลังจากที่ทำการสำรวจต่อมาในโลกโซเชียลอื่นๆ เราพบว่าในโซเชียลระบบอื่นๆเอง ก็มีวิธีการการตรวจสอบว่ามีชีวิตอยู่จริงหรือไม่ หรืออย่างไร เพื่อที่ทางระบบนั้นๆจะทำการลบข้อมูลประวัตินั้นทิ้ง เรามาดูกันที่เฟซบุ๊ค (Facebook) กันดีกว่า สำหรับ Facebook เองจะอนุญาตให้คุณสร้างหน้าเพจสุดท้าย (เพจสำหรับการร่ำลา) พร้อมสถานะ “ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ (Status In memorial)”… ไทม์ไลน์ใน Facebook เอง ก็จะเข้าสู่ช่วงเวลาดังกล่าวเช่นเดียวกันด้วย โดยหลังจากช่วงเวลานั้นมาถึง ไทม์ไลน์จะเปิดให้เฉพาะเพื่อนเข้ามาเยี่ยมชม เรื่องราวต่างๆที่เราเคยได้บอกเล่า ตั้งแต่ครั้งที่เราเริ่มใช้ Facebook จนถึงช่วงหมดลมหายใจ ซึ่งเพื่อนๆของเขาเหล่านั้นก็สามารถโพสท์ไว้อาลัยบนหน้านั้นได้ตามปกติ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือ จะไม่มีการแจ้งเตือนวันเกิด ไม่มีการนำไปแนะนำเป็นเพื่อนๆที่คุณอาจรู้จัก (People You May Know) อีกต่อไป เพื่อนๆของพวกเขาเหล่านั้นจะทำได้แค่เพียงเข้าไปเยี่ยมชม และอาลัยถึงได้บ้างเท่านั้น …

สำหรับ Facebook เองแล้ว ระบบจะไม่ทำการลบข้อมูลประวัติ (Profile) ออกไปโดยตัวระบบเอง แต่จะมีการถามมายังเจ้าของโปรไฟล์เองว่าจะจัดการกับบัญชีของตนเองอย่างไรเมื่อวันนั้นมาถึง

มีงานวิจัยออกจากทาง XKCD ออกมาประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นอย่างมากช่วงประมาณปี ค.ศ. 2065 ซึ่งพวกเราตอนนั้นคงอายุเฉลี่ยกันประมาณ 50 ปีขึ้นไป แต่ถ้า Facebook ยังมีการเติบโตของจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก ก็อาจจะขยับออกไปเป็นประมาณปี ค.ศ. 2130 ก็เป็นได้

ถัดไปเราจะมาดูกันสิว่า ชีวิตหลังความตายในโลกโซเชียล จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขอเชิญรับชมไปกับอินโฟกราฟิก (Infographic) ต่างๆดังนี้

1. จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อบนโลกออนไลน์เมื่อคุณจากไปแล้ว

  • ผู้ใช้งานกว่า 30 ล้านคนในเฟซบุ๊คจะจากไปภายใน 8 ปี (เทียบกับข้อมูลผ้ใช้งานในปัจจุบัน)
  • อัตราการจากไปของผู้ใช้งาน เป็นดังนี้
    • ทุกๆชั่วโมงมีผู้ใช้งานจากไปในโลกโซเชียล 428 คน
    • ทุกๆวันมีผู้ใช้งานจากไปในโลกโซเชียล 10,273 คน
    • ทุกๆเดือนในโลกโซเชียลจะมีคนตาย 312,500 คน
Social Media After Death 1

2. คำถามที่คุณต้องตอบ

  • ทุกๆวันผู้ใช้งานที่จากไปแล้วใน Facebook กว่า 10,000 ชีวิต ยังคงวนเวียนทำสิ่งต่างๆต่อไปนี้ (บรื๋อๆ…)
    • ร้องขอเป็นเพื่อน (Friend Requested) ทั้งที่ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว
    • ถูกแท็กในภาพถ่าย (Tagged in a Photo)
    • เปิดให้อวยพรวันเกิดเมื่อครบรอบ (บางท่านอาจมีเพื่อนๆที่เป็นแบบนี้อยู่)
  • คำถามที่น่าสนใจ คือ
    1. ใครยังคงเป็นเจ้าของข้อมูลของเรา
    2. ระยะเวลานานเท่าไรจึงจะล็อกการใช้งาน (Deactivation)
    3. มีใครสักคนไหมที่จะสามารถยืนยันตัวตนเรา หรืออ้างสิทธิ์แทนเราซึ่งจากไปแล้วได้
    4. ควรทำอย่างไร ถ้าเพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวของคุณจากไป?
Social Media After Death

Q1. ใครคือเจ้าของข้อมูลหลังจากเราจากไปแล้ว

  • Facebook – คุณเอง ยกเว้นกรณีที่ก่อนหน้านี่มีการแจ้งเจตจำนงค์โดยผ่านช่องทางตามกฎหมาย
  • Twitter – คุณเอง แต่ Twitter เองสามารถจัดการแทนตัวคุณได้ หรือญาติสนิท มิตรสหายก็สามารถจัดการได้เมื่อคุณจากไปแล้ว
  • Pinterest – คุณเอง Pinterest แจ้งว่าเราเคารพในสิทธิของคุณ พวกเราจะไม่ทำการใดๆกับข้อมูลของคุณ
  • LinkedIn – คุณเอง เว้นแต่ว่าจะมีกระบวนการทางกฎหมายให้ปฏิบัติในลักษณะอื่นใด
  • Google – ก็คุณเองอีกนั่นแหละ ในกรณีสุดวิสัยจริงๆทางเราอาจใช้ข้อมูลชองคุณ ซึ่งโอกาสน่าจะน้อยมากๆ

ถ้าพิจารณาโซเชียลมีเดียต่างๆแล้ว จะพบว่า ข้อมูลของคุณจะถูกปกป้องอย่างแน่นอน จะไม่มีทางรั่วไหล เว้นแต่ว่าจะได้รับการรับรองตามหลักกฎหมาย หรือคำยินยอมจากคุณเท่านั้น…

Social Media After Death

Q2. ข้อมูลของเราจะเก็บอยู่นานเพียงใด

  • Facebook – ตราบนานเท่านานที่คุณระลึกถึง หรือตามที่คุณระบุ
  • Twitter – 6 เดือน
  • Pinterest – ตลอดไป
  • LinkedIn – กระทั่งได้รับเรื่อง
  • Google – 9 เดือน หรือจนกว่ามีการแจ้งรายงาน หรือมีการงดการใช้งานจากเจ้าของบัญชี เป็นระยะเวลาหนึ่ง สำหรับ Google เองจะมีวิธีการจัดการบัญชีได้หลากหลายวิธีดังต่อไปนี้
    • กำหนดช่วงเวลายุติการใช้งาน 3 – 18 เดือน
    • Google จะเตือนก่อนหน้า 1 เดือนก่อนวันที่บัญชีจะหมดอายุ
    • แจ้งเตือน 10 ครั้งเมื่อมีการใช้งานต่างๆ
    • ลบบัญชีโดยตรง

Q3. ระบบใดบ้างที่ยินยอมให้ผู้อื่นอ้างสิทธิ์ของบัญชีเรา เมื่อเราจากไปแล้วได้?

  • Facebook – ได้
  • Twitter – ไม่ได้
  • LinkedIn – ได้
  • Pinterest – ไม่ได้
  • Google – ไม่ได้
Social Media After Death

Q4. ควรทำอย่างไร ถ้าเพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวของคุณจากไป?

  • Facebook – ใบมรณบัตร พร้อมต้องใช้หนังสือยินยอมจากครอบครัว
  • Twitter – ใบมรณบัตร และบัตรประชาชน
  • Pinterest – ใบมรณบัตร และการสัมภาษณ์ญาติที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
  • LinkedIn – Email Address และ คำยืนยันจากสมาชิกต่างๆ
  • Google – ใบมรณบัตร พร้อมตอบคำถามที่ระบุใน GMail
Social Media After Death
Social Media After Death

FACEBOOK MEMORIALIZATION (ระบบบันทึกความทรงจำของ Facebook)

  • สิทธิต่างๆยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
  • เพื่อนๆสามารถตามไปโพสท์ได้ ไม่ว่าจะจากไปแล้วก็ตาม
  • สามารถแท็กภาพได้
  • ไม่สามารถย้อนกลับไปยังสถานะปกติ (มีชีวิตอยู่ได้)
Social Media After Death

สำหรับ Facebook ถ้าไม่มีอัตราการขยายตัวของ User เพิ่มขึ้น ผู้ใช้งานใน Facebook จะจากไปเกือบทั้งหมดในปี 2015

ท่านผู้อ่านที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ น่าจะพอเข้าใจแล้วว่าระบบโซเชียลที่มีอยู่ทุกวันนี้จะจัดการกับข้อมูลของเราอย่างไร เพื่อที่ว่า

เราจะได้เตรียมตัว รับมือทันในกรณีที่มีข้อมูลสำคัญๆเกิดขึ้นในโลกเสมือนแห่งนั้น

Comments




Pin It on Pinterest

Share This