apple-app-store

10 เหตุผลหลักที่ Apple ต้องปฏิเสธ App ของคุณ

สำหรับนักพัฒนาหลายๆท่าน คงเป็นที่ทราบ หรือสัมผัสกันได้อย่างตรงไปตรงมาว่า สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนระบบปฏิบัติการภายใต้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple นั้น ช่วงเวลาที่เครียดที่สุดคงหนีไม่พ้น ช่วงเวลาในการรอคอย การรับรอง หรือรับอนุมัติ ให้แอพพลิเคชั่นของคุณสามารถเปิดตัว นำขึ้นสู่ Apple App Store ได้ ช่วงเวลาในขณะนั้น อาจมองได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งวิกฤต และเป็นช่วงสุดท้ายจริงๆที่ทั้งยากเย็นแสนเข็ญ แลเนิ่นนานมาก เข็มนาฬิกาที่ผ่านไปแต่ละนาที นั้นทำไมถึงมีช่องว่างห่างกันขนาดนี้! เหล่านักพัฒนามองตากัน คงเข้าใจกันได้อย่างไม่ยากนัก…

พิจารณาย้อนกลับมาในมุมของ Apple กันบ้าง เป็นที่ทราบกันดีว่า Apple เองได้จัดเตรียมรายละเอียดคู่มือแนะนำ (Guideline) สำหรับนักพัฒนาอยู่แล้ว และในครั้งนี้ บทความนี้จะขอเสนอประเด็นสำคัญหลักๆที่ทำให้ แอพพลิเคชั่นของคุณโดนปฏิเสธ (Reject) จากทาง Apple ซึ่งทาง Apple เป็นผู้สรุปรายละเอียดจากการเก็บสถิติในการอนุมัติ หรือปฏิเสธแอพพลิเคชั่นต่างๆ ดังที่จะได้กล่าวต่อไปด้านล่าง เมื่อคุณได้รับผลการปฏิเสธ คุณอาจจะได้ทราบ และกลับมาพิจารณาใหม่ได้อย่างตรงประเด็นว่าปัญหาของเราเป็นอย่างที่ทาง Apple ได้รวบรวมไว้เป็นสาเหตุหลักหรือไม่ เชิญรับชมกันได้เลยครับ

depression programmer

10 เหตุผลหลักที่ Apple ต้องปฏิเสธแอพพลิเคชั่นของคุณ

สุดฮอต 14%! สำหรับกรณีให้รายละเอียดข้อมูลแอพพลิเคชั่นกับทาง Apple ไม่เพียงพอ นับได้ว่าเป็นปัญหาสุดฮิต ติดพรมแดงกันเลยทีเดียว กว่า 14% จากแอพพลิเคชั่นที่ถูกปฏิเสธทั้งหมด ต้องมาจบลงง่ายๆด้วยเหตุผลเพียงแค่ Apple เองไม่สามารถเข้าใจรายละเอียดของแอพคุณได้เท่านั้น Apple เอง ได้แนะนำในส่วนนี้ว่า

เตรียมข้อมูล และรายละเอียดทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการรีวิว ถ้าคุณลักษณะของคุณซับซ้อน หรือยากต่อการเข้าใจได้ คุณต้องเตรียมวีดิโอสาธิตการใช้งาน ให้พร้อมด้วย ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์ก็เช่นเดียวกัน

สำหรับเหตุผลยอดฮิตอื่นๆ อาทิ

  • 8% ในแอพพลิเคชั่นมีบั๊ก (Bug) มากเกินไป ซึ่งเลวร้ายเข้าขั้นทำให้ค้าง พัง (Crash)
  • 6% ซึ่งพบข้อผิดพลาด และล้มเหลว (Failure) กับการคอมไพล์ตามเงื่อนไขข้อยินยอมใน “Developer Program License Agreement”
  • 6% ที่ออกแบบหน้าสำหรับจอผู้ใช้งานไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข

สำหรับปัญหาที่พบบ่อยในมุมมองของทาง Apple เอง ก้ได้เพิ่มเติมไว้ได้แก่

ชื่อของแอพพลิเคชั่นนั้นมีความซ้ำซ้อน ไม่ชัดเจน และสื่อถึงการทำงานของแอพพลิเคชั่นในทางที่ผิดทิศ ผิดทาง ตลอดจนยังสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งาน (ตั้งชื่อเฉพาะจะง่ายที่สุด)

  • 5% พบว่าชื่อแอพพลิเคชั่น, คำอธิบาย หรือภาพสกรีนช็อตนั้นไม่ได้เกี่ยว หรือตรงกับ แอพเลย
  • 5% นำเสนออธิบายแอพพลิเคชั่นตัวเองผิด ไม่ตรงกับที่ทำงานได้ หรือใช้งานจริง
  • 4% ชื่อซ้ำ หรือข้องเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นอื่น โดยเฉพาะแอพของทาง Apple เองเช่น iTune เป็นต้น
  • 4% ตั้งชื่อแอพพลิเคชั่นมีคำเฉพาะแสดงความไม่สมบูรณ์ เช่น test, Beta, Alpha, Demo, Trial

สำหรับกรณีอื่นๆอีกประมาณ 44% Apple ไม่ได้ระบุหรือสรุปออกมาชัดเจน เข้าข่ายเงื่อนไขเฉพาะของแอพพลิเคชั่น หรือรายละเอียดทางกฎหมายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าเข้าข่ายเหล่านี้ความยากของนักพัฒนาเองคือ ต้องเข้าใจให้ได้ว่าสาเหตุที่แอพพลิเคชั่นของตนเองถูกปฏิเสธคืออะไร และหาทางแก้ไขกันต่อไป

แน่นอนครับเป็นนักพัฒนา หรือโปรแกรมเมอร์ต้องเข้าใจ Apple! เพราะ Apple คือผู้คุมกฎ

นักพัฒนาครับ! เตรียมตัว เตรียมใจกันให้พร้อมอยู่เสมอครับ และช่วงนี้ใกล้ช่วงเปลี่ยนถ่ายเวอร์ชั่นของ iOS จาก 7 มา iOS 8 ซึ่งภาษาหลักก็ถูกเปลี่ยนจาก Objective-C มาเป็น Swift ตามที่ทาง Apple เคยได้ประกาศไว้ในงาน WWDC ที่ผ่านมา แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ก็เพื่อสุดยอดสมาร์ทโฟน iPhone 6 ที่กำลังจะเปิดตัวในวันที่ 9 กันยายน 2014 นี้แล้วนั้นเอง

แหล่งที่มา

MASHABLE

Comments




Pin It on Pinterest

Share This