Volkswagen แบรนด์รถยนต์ระดับโลก

Volkswagen ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งแบรนด์รถยนต์โลก!

Volkswagen(VW) บริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในวงการรถยนต์แทน Toyota เป็นที่เรียบร้อยแล้วจากยอดขายและผลกำไรที่ยอดเยี่ยมของโฟล์คสวาเก้น อย่างไรก็ตามการรักษาสถานภาพอันดับหนึ่งในอนาคตคงเป็นเรื่องยากของ Volks ไม่น้อยเพราะยอดขายในประเทศมหาอำนาจโลกอย่างจีนนั้นกำลังตกลงไปโดยตลาดในทวีปยุโรป(ยกเว้นยุโรปตะวันออก)รวมไปถึงทวีปอเมริกาเหนือและใต้(ยกเว้นอเมริกาและบราซิล)โดยมากเป็นของโฟล์คสวาเก้นอยู่แล้ว นั่นจึงเป็นสิ่งที่โฟล์คสวาเก้นต้องขบคิดออกมาว่าจะทำอย่างไรเพื่อแบ่งส่วนการตลาดในแถบที่มีปัญหาให้มากขึ้นกว่าเดิม

โฟล์คสวาเก้น แบรนด์รถยนต์ระดับโลก

Stefan Bratzel หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของโฟล์คสวาเก้นได้ระบุว่า “การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้มากขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ต้องการทำให้ได้เพราะมันสามารถเพิ่มความเสถียรภาพให้กับโฟล์คได้” “ส่วนแบ่งการตลาดในประเทศจีนนั้นถือว่ายังเป็นจุดอ่อนของเรา นอกจากนั้นปัญหาเรื่องความหลากหลายของผู้คนก็ยังเป็นปัญหาที่เราต้องทำการวิเคราะห์และแก้ไขกันต่อไป”

อย่างไรก็ตาม VW ภายใต้การบัญชาของหัวหน้าฝ่ายบริหารอย่าง Martin Winterkorn เป็นเวลา 8 ปีก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่น้อยในการสร้างความนิยมและเพิ่มยอดขายของโฟล์คในประเทศจีนได้อย่างน่าชื่นชม

โฟล์คสวาเก้น แบรนด์รถยนต์ระดับโลก

ทั้งนี้ VW ได้ระบุยอดจำหน่ายรถยนต์ครึ่งปีแรกซึ่งอยู่ที่ 5.04 ล้านคัน ในขณะที่ตำแหน่งแชมป์เดิมอย่าง Toyota เตรียมประกาศยอดจำหน่ายรถยนต์ของค่ายในวันอังคารหน้าโดยก่อนหน้านี้ทาง Totyota ระบุว่ายอดขายของบริษัทตกลงไปในตลาดและกลุ่มประเทศรวมทั้งเจอกับภาษีรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่นอีกด้วย

สิ่งที่อาจเป็นปัญหาอีกหนึ่งอย่างของ VW ก็คือการมีโรงงานทั่วโลกกว่า 120 แห่งและมีโมเดลต่างๆมากกว่า 300 รุ่นจึงอาจทำให้มีปัญหาในเรื่องของการจัดการและการควบคุมซึ่งครั้งหนึ่งก็เกิดความไม่ลงรอยกันของ Ferdinand Piech ประธานบริษัทคนเก่ากับซีอีโออย่าง Winterkorn

โฟล์คสวาเก้น แบรนด์รถยนต์ระดับโลก

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดการภายในยักษ์ใหญ่อย่าง Volkswagen ยังมีต่อไปโดยต้องการที่จะเก็บส่วนแบ่งการตลาดในโลกให้ได้มากเพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพทางด้านยานยนต์แห่งอนาคตรวมทั้งเล็งที่จะประดิษฐ์และคิดค้นสิ่งใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์ในอนาคตล่วงหน้าซึ่งเป้าหมายในระยะสั้นคือการทำลายสถิติยอดจำหน่ายในปีที่แล้วกว่า 10 ล้านคันให้ได้ในปีนี้

Comments




Pin It on Pinterest

Share This