Review Apple iPhone 6 – รีวิวนอก กับสุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งยุค

ขอบคุณข้อมูล และบทความโดย The Verge และ Mashables

THEVERGE MASHABLE

Giving the people what they want – เป็นอย่างที่คุณเป็น!

เผชิญหน้าสู่ข้อเท็จจริงของสมาร์ทโฟน

จากปัจจัยมากมายที่ทำให้สมาร์ทโฟนต่างๆมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ทั้งในแง่ของการตลาด ตลอดจนความต้องการของผู้บริโภค จากจุดเริ่มต้นที่หน้าจอขนาด 4 นิ้ว ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ก็ดูแล้วเล็กลงไปถนัดตา ขยับขยายมาสู่หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ก็กลายเป็นเทรนด์ขนาดหน้าจอที่ยี่ห้ออื่นๆก็ออกกันมาอย่างมากมายในท้องตลาด แน่นอนในเวลานี้ ปัญหาเรื่องขนาดหน้าจอของสมาร์ทโฟนนั้น นับเป็นปัญหาที่ดูแล้วยุ่งยาก เรื้อรัง ดังที่ทาง 65blogs เคยกล่าวมาแล้วในบทความ “ภาพชวนขนหัวลุกของชาว Android” และแล้วในที่สุด ทั้งๆที่รู้กันดีว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องชวนปวดหัวสำหรับผู้ใช้งาน และนักพัฒนากันมานักต่อนักแล้ว แต่ในท้ายที่สุด Apple ก็กระโดดลงมาร่วมวงแล้วในบัดนี้ พร้อมกับการแก้ปัญหา!

จากปัญหาดังกล่าว เมื่อคิดในแง่ขององค์รวมแล้ว สมาร์ทโฟนชื่อดัง iPhone 6 ซึ่งเป็นรุ่นเรือธงนี้ ก็ไม่ได้น่าแปลก หรือแตกต่างออกไปจากสมาร์ทโฟนท้องตลาดทั่วไปนัก มันทั้งใหญ่ (Bigger) ดูสง่างามกว่า และโดดเด่นกว่า (Brighter) แต่ก็แย่กว่าในด้านการออกแบบ (Badder iPhone designed) ยิ่งถ้าเทียบกับ iPhone 5 ซึ่งสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็นแล้ว เจ้า iPhone 6 นี้ อาจเรียกได้ว่า “เชย” เลยก็ว่าได้

สำหรับการกลับมาในครั้งนี้ สนนราคาเริ่มต้นที่ $199 หรือราคาประมาณ 6,500 บาท สำหรับสัญญาผูกมัดกับเครือข่ายต่างๆเป็นเวลา 2 ปี โดยในครั้งนี้ มาพร้อมกับสีเงิน (Silver), สีทอง (Gold) และสีเทา (Space Gray) ขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ 16, 64 และ 128GB ซึ่งราคาก็เรียงตัวจาก 199$, 299$ และ 399$ ตามลำดับ เมื่อคิดเป็นเงินบาทอยู่ที่ 6,500 ไล่เรียงไปจนถึง 13,000 บาท ซึ่งผูกเงื่อนไขมากับกับสัญญาจากทางค่ายโทรศัพท์ ราคาในประเทศไทยที่ชัดเจน ต้องติดตามกันอีกที เพราะเมื่อมีการนำเข้ามาขายแล้ว แน่นอนว่าราคาไม่ใช่อย่างที่กล่าวมาแล้วแน่นอนครับ (สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมให้พิจารณาจากทาง Apple.com โดยตรงได้เลย)

ภาพด้านล่างราคา iPhone 6 Plus ด้านซ้าย ส่วน  iPhone 6 จะอยู่ที่ด้านขวา

มาร์ทโฟนเรือธงจาก Apple รุ่นล่าสุดนี้อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างมากมาย Apple เองยังคงเป็น Apple ที่รักษามาตรฐานที่ดีในการดูแล  และเอาใจใส่ในผลงานดังเช่นเคยเป็น แม้แจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับมาตรฐานใหม่ใน iPhone 6 ด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ ง่าย และเหมาะต่อการใช้งานของทุกๆคน สิ่งต่างเหล่านี้ก็ยังคงไว้ซึ่งความเป็น  Apple ดังเดิม จึงอาจกล่าวได้ว่า

แม้จะไม่ใช่สมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ เครื่องแรกในโลกหล้า แต่เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ที่ดีที่สุด ที่เหมาะกับทุกคน

แน่นอน สาวกสมาร์ทโฟนนั้น ย่อมทราบกันดีว่า ซัมซุง (Samsung), เอชทีซี (HTC) หรือผู้ผลิตสมาร์ทโฟนค่ายต่างๆนั้น ได้สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่มาก่อนหน้านี้อย่างมากมาย ทั้งประโคมข่าว และผลักดันการตลาด จนมียอดขายไปแล้ว หลายล้านเครื่องทั่วโลก ถ้าจะให้เปรียบการเข้าร่วมผสมโรงครั้งนี้ของทาง Apple แล้ว ก็เหมือนกับว่า Apple เองเป็นยักษ์ใหญ่ที่นอนหลับไหลมานาน และวันนี้ถึงเวลาแล้ว ที่จะตื่นขึ้นมา เพื่อแสดงบทบาท หรือเข้าร่วมประลองการแข่งขันในสมรภูมิเลือดเดือดนี้แล้ว คงต้องติดตามชมกัน ว่า Apple จะทำได้ดีแค่ไหนกัน!

(ล่าสุด! จากข้อมูลถึงวันนี้ 19 กันยายน 2014 ยอดจอง iPhone 6 นั้นมากเป็นประวัติการ และของหมดเรียบร้อยแล้วในกลุ่มประเทศแรก!)

หน้าจอที่ใหญ่ยิ่ง ก็มาพร้อมกับงาน และปัญหาที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน – The big iPhone has a big job to do.

iPhone 6 Review

แรกพบ iPhone 6

ตลอดเวลาที่ผมอยู่กับ iPhone 6 ทั้งเล่นเกม หรือทั้งการนำเครื่องให้คนอื่นยืมสัมผัส และสังเกตปฎิกิริยาของพวกเขาเหล่านั้นตั้งแต่แรกสัมผัส จนถึงช่วงระหว่างการใช้งาน ผู้คนที่ผมสังเกตุส่วนมาก ล้วนแล้วแต่ช๊อค! กับ iPhone ขนาดหน้าจอยักษ์ใหญ่รุ่นนี้ทั้งนั้น เกือบทุกคนเลยก็ว่าได้ พวกเขาเหล่านั้นต่างนึกว่า iPhone ที่เขาได้สัมผัสนั้นมันคือ iPhone 6 Plus (อีกรุ่นที่ทาง 65blogs กำลังเตรียมข้อมูลการรีวิว) และผู้ใช้งานแอนดรอยด์ (Android)  เกือบทุกคน ก็ต่างพูดกันว่านี่มันใหญ่โตเหมือนโทรศัพท์ที่เขาเหล่านั้นใช้อยู่เลยนะเนี่ย!

พวกเขาไม่ได้กล่าวอะไรผิดจริงๆ… iPhone 6 ขนาดความยาวตัวเครื่องรวมหน้าจอที่มีความยาวประมาณ 5.44 นิ้ว กว้าง 2.64 นิ้ว นั้นมันก็เหมือนๆกับเจ้า Moto X ซึ่งมีขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว และ HTC One  นั่นแหละ ขนาดมันก็เท่ากับ Samsung Galaxy S5 แต่บางกว่า และดูสว่างวูบวาบกว่า แค่นั้นไม่ใช่หรือ? เท่าที่จับใจความมาได้จากพวกเขาชาวแอนดรอยด์ ต่างก็มองว่า “เหมือนโทรศัพท์แอนดรอยด์ทั่วๆไป” และถ้าจะมองเทียบกับ iPhone 5S ก็อาจให้ความรู้สึกแค่ “เหมือนแท่งวัตถุขนาดสี่เหลี่ยมที่บางกว่าเดิม” ก็เท่านั้น โอ้…….พระเจ้า แค่นั้นจริงๆ หรือ!

iPhone 5S เปรียบประดุจดั่งเพชร ที่ควรค่า และยากแก่การที่ใครก็ได้จะมาสัมผัส หรือเข้าถึง แต่ตรงกันข้าม iPhone 6 นั้นไม่ใช่เลย… มันดูเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากๆ และดูมีประโยชน์มากมาย จากส่วนผสมระหว่างฟังชันก์การใช้งานที่ดูจะยุ่งยาก กับการทำให้มันใช้งานได้อย่างง่ายดาย Apple กลับทำเรื่องนี้ได้อย่างดีทีเดียว อาจเรียกได้ว่าการที่หน้าจอใหญ่ขึ้น ก็นับว่ามาได้อย่างถูกทางเลยก็ว่าได้

iPhone 6 Review

เรียบๆ แต่ใช้งานได้ง่าย

iPhone 6 เครื่องนี้ ดูเรียบง่าย (Simply) และมีการออกแบบที่ดูสะอาด ชัดเจน (Cleanly Designed) กับความโค้งมนรอบๆตัวมัน ขออนุญาตินะครับ ถึงแม้จะมีบางส่วนที่ดูแล้วน่าเกลียด ขัดลูกหูลูกตาไป ซึ่งเรียนตรงๆแล้วก็คือ เรื่องของการออกแบบเสารับสัญญาณ (Attenna) ที่ทาง Apple ได้ออกแบบไว้อยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง โดยมีลักษณะลากยาวจากด้านบนลงมา  และถูกหุ้มด้วยพลาสติกที่เป็นแนวขวาง ทำหน้าที่รับสัญญาณ Wireless ตลอดจนคลื่นวิทยุ พูดตรงๆก็คือ มันดูแย่ไปถนัดตา! เหมือนกับว่าโทรศัพท์เครื่องนี้มีตำหนิ!!! ถ้าลองเปรียบเทียบกับความงานในรุ่นอื่นๆแล้ว ดูอย่าง HTC สิ ที่ออกแบบมาให้ดูงามจริงๆ แต่นี่มันอะไรกัน…!?# ตรงนี้แหละที่ผมเองมองว่าสู้ iPhone 5S เลยไม่ได้จริงๆ

พิจารณาต่างมุม การที่มันบางลง และเป็นแบบนี้ ก็อาจเป็นการเปิดช่องให้กับบรรดาผู้ผลิตเคสต่างๆ เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบโทรศัพท์ก็เป็นได้ และเผลอๆก็อาจทำให้ iPhone รุ่นนี้สวยงามกว่าเดิมได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จากการเติมแต่งของแก็ดเจ็ดที่จะเกิดขึ้นมาอีกมากมาย มองในแง่ดีก็อาจเหมือนเป็นการช่วยเพิ่มรายได้กับผู้ผลิตแก็ดเจ็ด หรือเคสจากประเทศต่างๆได้ด้วย (ถ้าผมไม่ได้คิดเข้าข้าง Apple มากไปนัก) โรงงานพลาสติก ตลอดจน แรงงานต่างๆก็อาจมีงานทำมากขึ้น (อวยกันทีเดียว) นับว่าจุดนี้ถ้ามองต่างมุม ก็มีโอกาสดีทีเดียวตามที่ได้กล่าวมา

รุ่นที่ 6 รุ่นใหญ่ แน่นอนว่ามันใหญ่กว่า 5S หรือ iPhone ทุกรุ่นที่เคยมีมา หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นนั้นก็ดูแล้วไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดในการที่ผมจะวาดนิ้ว (Swipe) จากมุมบนมายังอีกมุมด้านล่าง และไม่แค่นั้น มันยังออกแบบมาให้รองรับการทำงานด้วยมือเดียวได้อย่างดีทีเดียว (One handed) ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ได้รู้สึกลำบากเลย ตั้งแต่ได้ทดลองใช้มาระยะหนึ่ง  เพราะมันพร้อมแล้วในเรื่องนี้จริงๆ

ว่ากันด้วยเรื่องของขนาดหน้าจอ

เข้ามาต่อกันด้วยเรื่องของหน้าจอ (Screen) จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ ก็อาจนับได้ว่าเป็นประเด็นหลักของรุ่นนี้ก็ว่าได้ กับเส้นทแยงมุมขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว ความยาว 1334 พิกเซล กว้าง 750 พิกเซล ด้วยความละเอียดขนาดนี้ถือว่าดูดีทีเดียวสำหรับส่วนของขนาด และความละเอียดในการแสดงผล การ Reproduction (การสร้างสี) และการเน้นมุม จุดต่างๆ หรือรายละเอียดต่างๆ ในการแสดงผลออกมา นับได้ว่างดงามทีเดียว และเมื่อผนวกกับเทคโนโลยีโพลาไรซ์ (Polarize) ใหม่ล่าสุดเข้าไปแล้วนั้น ความสว่างที่ได้รับนั้นก็ยอดเยี่ยมทีเดียว นัยน์ตาทั้งสองข้างของผมแยกไม่ออกจริงๆว่าส่วนไหนคือส่วนที่ iPhone สร้างสรรค์ขึ้นมา ไม่เพียงเท่านั้นและเนื่องจากตัวกระจกหน้าจอนั้น ก็มีขอบที่โค้งมน รับความโค้งของตัวเครื่อง จึงให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า ภาพที่มองเห็นนั้นไร้ขอบ และกวาดสายตาเข้าไปในโลกแห่งการรับชมนั้นได้อย่างไม่มีขอบเขตเลยทีเดียว สุดจะบรรยาย…

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น อาจเรียกได้ว่ามันค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แบบทีเดียว ความรู้สึกที่ดูปราดเปรียวในการสัมผัส เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของนิ้วเราได้ทำงานจริงๆนั้นบอกไม่ได้ครบอย่างแน่นอน คุณต้องหาโอกาสในการสัมผัสมันเองด้วยนิ้วของคุณ ย้ำว่าของคุณเองเท่านั้น! เพราะเมื่อรวมกับหน้าจอที่สุดเจิดจรัสแล้ว นับได้ว่าสมแล้วที่เป็นสมาร์ทโฟนจากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple จริงๆ

iPhone 6 นั้น ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนแก็ดเจ็ดทั่วๆไปแต่อย่างใด

อาจมีข้อยกเว้นบ้างเล็กน้อยเท่านั้นที่ดูเป็นปัญหาของเจ้า iPhone 6 ซึ่งก็คือ ในเมื่อมาพร้อมกับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้ว ก็น่าจะมีการใช้ประโยชน์จากหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น อาทิ การปลดล็อกหน้าจอ ซึ่งสมาร์ทโฟนจากค่ายอื่นๆนั้นๆก็มีความฉลาดเหลือล้ำเลยทีเดียว แต่ Apple ก็ยังคงไว้ซึ่งรูปแบบเดิม ถ้าไม่เชื่อก็ลองคุยกับ Siri ดูแล้วกัน ลองคำถามยากๆเข้าแล้วคุณจะเข้าใจว่ามันก็ยังมีปัญหา

แต่อย่างไรก็ตาม นับได้ว่ามันมาถูกทางแล้ว ด้วยความบาง (Thinner) และความสะดวกสบายในการใช้งานที่มากกว่าเดิม อีกทั้งยังง่ายต่อการใช้งานโดยเฉพาะอารมณ์ในการสัมผัสที่โดนใจ ที่กล่าวมานั้นอาจพอลดทอนปัญหาเล็กน้อยดังกล่าวได้

Apple ที่เริ่มเปลี่ยนแนวทางมาจับตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่นั้น ไม่ได้ทำแค่เพียงเพื่อให้หน้าจอใหญ่อย่างที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆทำกัน คือทำให้ใหญ่ เพื่อความตื่นตา ตื่นใจ แล้วก็จบกันไป แนวทางที่ Apple ทำให้กับ iPhone 6 นั้นแตกต่าง สิ่งที่คุณเห็น และสิ่งจำเป็นที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อตอบสนองการใช้งานกับผู้ใช้งานนั้น ถูกปรับเปลี่ยนมาให้สามารถจบในหน้าจอเดียว นั่นแหละที่ผมอาจจะบอกว่าเป็นความยิ่งใหญ่ ที่ใหญ่จริง

iphone 6 Review

หน่วยประมวลผล A8 ตัวแรง ตัวล่าสุด

จากหลายๆเหตุผลที่ทางผู้เขียนได้แนะนำ แน่นอนครับ มันใหญ่ขึ้น และมันก็เป็น iPhone ที่ดีที่สุดใน iPhone ที่ผ่านมา (อันนี้แน่นอน) ทุกมุมที่สายตาผมทอดผ่านมัน แสดงถึงความชัดเจนในการทำงานของทาง Apple ทั้งหมดบ่งบอกว่า Apple เอง ได้ทำการบ้านกันอย่างหนักหน่วง และปรับปรุงทุกตารางนิ้วของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จริงๆ การมาของหน่วยประมวลผล A8 ตัวล่าสุด นั้นก็ตอบสนองความรวดเร็ว ไม่ว่าจะทำงานหนัก หรือเล่นเกม เปลี่ยนกลับไปมาเพียงใด ก็ดูจะไม่มีจังหวะสะดุดให้มากวนใจ ความรู้สึกในส่วนนี้รับรองได้เลยว่าเร็วกว่า iPhone 5S เสียอีก และไม่เพียงเท่านั้น เจ้า A8 นั้น ก็ถูกมัดรวมมากับเซนเซอร์ตัวไหม่อีกตัว เรียกว่า “M8” ซึ่งมาทำงานในส่วนของการประมวลผลเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion co-processor) โดย iPhone 6 เองก็ได้นำเข้ามา เพื่อใช้ในการตรวจจับความเคลื่อนไหวในทุกท่วงท่า การปรับระดับการใช้งานจากผู้ใช้งาน เพื่อให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่อง

แบตเตอรี่สุดอึด

NFC กับเทคโนโลยีที่จับต้องได้ที่ iPhone สักที

และแล้วในท้ายที่สุด เทคโนโลยี NFC ก็มาถึงเสียที ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ ก็มาพร้อมกับ ระบบตัดชำระของทาง Apple เอง ที่เรียกว่า “Apple Pay” (ท่านใดสนใจรายละเอียด สามารถรับชมได้ที่งานเปิดตัว จากลิงค์นี้) ซึ่งแค่แตะลงบนหน้าจอเท่านั้น ก็สามารถทำให้เราชำระ และจบการซื้อ-ขายในรายการ (transaction) นั้นได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คลิ๊กเดียว ตรงนี้เองสำหรับพวกเราคนไทยอาจต้องรอสักพัก เพื่อให้ Apple เปิดช่องทางการตัดชำระ (Payment Gateway) อย่างเป็นทางการ

เทคโนโลยีอื่นๆ

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว iPhone รุ่นนี้ยังสนุบสนุน Faster LTE และการทำ Voice over LTE หรือเทคโนโลยี 4G ล่าสุดได้อย่างลงตัว และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi รูปแบบใหม่ และการรองรับการโทรผ่านสัญญาณ Wi-Fi อีกด้วย

เลื่อนลงมาต่อกันที่ ลำโพงบริเวณใต้เครื่องซึ่งมีเสียงดัง ฟังชัดกว่าเดิม แน่นอนเด็ดกว่ารุ่น 5S จริงๆ คืออันที่จริงแล้วก็ยังดูไม่ได้เรื่องเท่าไรกับเสียงสุดบาดหู แต่ก็ยังดีกว่า S5 ท่านที่ใช้งานอยู่ก็น่าจะพอเข้าใจกันได้ดี แต่ในด้านความละเอียดของเม็ดเสียงก็นับได้ว่ามีการปรับปรุงให้ดูดี มีระดับกว่าเดิม ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้นนับได้ว่าเป็นหลักประกันว่า iPhone 6 ไม่ใช่แค่ทำให้เพียงตื่นเต้นชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แต่มันยอดเยี่ยมจริง!

iphone 6 Review

ว่ากันด้วยเรื่องกล้อง (Camera)

ป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่าหนึ่งในคุณลักษณะ (Feature) ที่สำคัญที่สุดของ iPhone สมาร์ทโฟนจาก Apple นั้นก็คือกล้องถ่ายรูป อีกครั้ง (และน่าจะอีกหลายครั้งๆ) กับการเปิดตัวสุดยอดกล้องถ่ายรูปที่ดีที่สุดในโลกหล้า (Best camera smartphone on the planet) จากแรกสุด จนถึงปัจจุบันยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องกล้องได้เป็นอย่างดีตลอดมา Apple เองเลือกที่จะคงอยู่กับเซ็นเซอร์ความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล ซึ่งอาจจดูน่าแปลกใจเหมือนกัน เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในท้องตลาดรุ่นอื่นๆ ที่ขุนกันมาถึง 13 ล้านพิกเซล หรือบ้าระห่ำขนาด 20 ล้านพิกเซล ดังเช่น Nokia Lumia 1520 ได้เปิดตัวออกมา

อย่างไรก็ตาม ณ จุดนี้ Apple ไม่ได้ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรอย่างที่หลายๆท่านทราบ (ผู้คนส่วนใหญ่มักพิจารณาที่ความละเอียดเป็นหลักเสมอ ยิ่งมากยิ่งดี) แต่การเปิดตัวในครั้งนี้ Apple ได้นำเซ็นเซอร์ตัวใหม่ ซึ่งสามารถรีดเร้นความสามารถที่ทาง Apple นั้นเรียกเองว่า “การทำโฟกัสระดับพิกเซล (Focus Pixels)” เพื่อให้สามารถทะลวงปัญหาที่เกิดกับการทำโฟกัสอัตโนมัติที่เรียกว่า “Phase-detect autofocus” เพื่อลดการทำโฟกัสที่คลาดเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วทีเดียว ผมได้ลองทดสอบแกว่งโทรศัพท์ไปมา ตามที่วงแขนของผมอยากจะกวาดมันออกไป ไม่ว่าตำแหน่งใดๆ ก็ยังไม่เห็นการโฟกัสที่ผิดพลาดมากมายจนทำให้เกิดภาพที่ไม่ต้องการเลย ตัวกล้องเองเสมือนอยู่ในโหมดที่พร้อมจะจับภาพได้ทุกห้วงเวลา และทุกกิจกรรมจริงๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าแค่เหน็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกง และทันทีที่คุณพร้อมจะลั่นไก คุณก็ควักมันออกมาและบรรจงเก็บความประทับใจได้ในทันที ลองดูภาพต่างๆที่ผมลั่นไกบน iPhone 6 ดูครับ 🙂

ภาพนิ่ง (Still Photography)

อย่างที่กล่าวมาแล้ว Apple ได้เปิดตัวระบบที่เรียกว่า “Focus Pixel” ล่าสุดแกะกล่องที่มีความสามารถในการตรวจจับความสว่างได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นก็ทำให้ iSight นั้นมีความสามารถที่โดดเด่นขึ้นไปอีก พิจารณารูปตัวอย่างด้านล่าง รูปทางซ้ายเป็นของ iPhone 5S ส่วนทางขวาเป็น iPhone 6 ลองพิจารณาการทำ Exposure ของ iPhone แต่ของทั้ง 2 รุ่น สังเกตุความแตกต่างได้อย่างชัดเจนบริเวณท้องฟ้า เห็นไหมครับ ก้อนเมฆปรากฎออกมาให้เห็นท่ามกลางความมือมิดของสิ่งก่อสร้างที่ขนาบข้างอยู่ เทคโนโลยีของการประมวลผลภาพ (Digital Image Progcessing)ในเซ็นเซอร์ตัวนี้ทำได้ออกมาดีจริงๆ

ถัดมากับภาพ Backlit หรือภาพที่มีแสงส่องประโคมออกมาจากจุดโฟกัสที่เราสนใจ รับชมกันครับ หน้าเป็นหน้ามากกว่าเดิมทีเดียวใน iPhone 6

เดิมทีตั้งแต่ที่มีการใช้งาน iPhone 5S มานั้นเรื่องของ Autofocus ที่เชื่องช้านั้นก็ไม่ค่อยจะได้พบเจอสักเท่าใด แต่เมื่อมีโอกาสได้ทดสอบกับ iPhone 6 ด้วย สองมือ และสองตาคู่นี้ของผมเอง การทำโฟกัสภาพนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วจริงๆ (น่าตกใจอยู่เหมือนกัน ในครั้งแรก) ยกนี้ถ้าเปรียบเทียบกันแล้วผมให้ iPhone 6 ชนะ 5S ไปแบบขาดลอย และเมื่อเปรียบเทียบกับ Samsung Galaxy S5 จะพบเจอการทำรีโฟกัส (Refocusing) หรือการที่ตัวกล้องเองพยายามหาโฟกัสอีกครั้ง อยู่เหมือนกัน ยกนี้ iPhone 6 เก็บแต้มเพิ่มเติมได้อีก…

พาโนรามา (Panorama)

Apple ทำการปรับปรุงจากเดิมใน iPhone 5S มาพอสมควรเลยทีเดียว จากเดิมที่จับภาพที่ความละเอียด 28 ล้านพิกเซล ใน iPhone 6 นั้นจับภาพที่ 43 ล้านพิกเซล พร้อมกับการทำ Dynamic Auto Exposure ให้พร้อมสรรพ ปัญหาเรื่องแสงที่มักทำให้ภาพออกมามืดมัวอย่างเช่น Backlit นั้นลดลงไปมาก และที่สำคัญ การถ่ายภาพพาโนรามาใน iPhone 6 นั้น ผมไม่ได้แตะหน้าจอใดๆเลยตั้งแต่จังหวะเริ่มเก็บภาพจนจบขั้นตอน!

ตัวอย่างด้านล่างเป็นการเปรียบเทียบภาพจาก iPhone 5S และ iPhone 6 ดูโดยรวมอาจมองยากนิดหนึ่งเพราะเดิมทีก็จัดว่าทำได้ดีอยู่แล้วในรุ่น 5S แต่ถ้าพิจารณากันให้ละเอียด ลองมองลึกไปตรงซอย บริเวณแยกไฟแดงกลางภาพ (ภาพเล็กทั้ง 2 ภาพ) จะเห็นว่าใน iPhone 6 นั้น เก็บความละเอียดของสิ่งต่างๆที่อยู่ในซอยนั้นได้คมชัด และละเอียดมากกว่าเดิม (แน่นอนว่าไม่มากเท่าการถ่ายภาพนิ่ง) นั่นก็เป็นเพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าทาง Apple เองนั้นได้ปรับเซ็นเซอร์ให้สูงขึ้นกว่าเดิม 2 ประมาณเท่าในโหมดการถ่ายภาพพาโนรามานั่นเอง

ภาพพาโนรามาจาก iPhone 5

ภาพพาโนรามาจาก iPhone 6

Front-Facing Facetime เพื่อคอ Selfies!

ในส่วนของกล้องหน้านั้นก็ได้มีการปรับปรุงด้วยเช่นกัน แสงโดยรวมดูสว่างชัดกว่ารุ่นก่อน และทำงานได้อย่างดีกับ iSight โดยเฉพาะ “Burst Mode” อธิบายกันง่ายๆคือ โหมดเร่งด่วนที่ทำมาเพื่อรองรับคอเซลฟี่ (Selfies)  แค่กดที่ปุ่ม Home ค้างไว้จะอีกกี่ร้อย กี่พันรูปก็จัดกันไปได้อย่างไม่มีปัญหา ในส่วนนี้ iPhone 6 ทำออกมาจนเรียกว่าอาจจะดีที่สุดเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่น หรือค่ายอื่นๆในเรื่องของการเซลฟี่เลยทีเดียว!

และไม่เพียงเท่านั้น กล้องของ iPhone เองยังสามารถกำหนด time-lapse (ที่เราชอบเรียกกันว่า “Hyperlapse”) ได้อีกด้วย พิจารณาเพิ่มเติมที่นี่

Video

มาที่ส่วนของการถ่ายวิดีโอ สำหรับ iPhone 6 นี้ก็ได้พัฒนามาอย่างตื่นตาตื่นใจกันเลยทีเดียว โดยปกติค่ามาตรฐานในการบันทึกวิดีโอที่ทาง Apple ได้กำหนดไว้จะอยู่ที่ 1080p ความเร็วจะอยู่ที่ 30 เฟรมต่อวินาที (fps) แต่ตอนนี้ คุณสามารถปรับมันให้เร็วยิ่งไปกว่าเดิมได้ถึง 60 fps ผลลัพธ์การถ่ายวิดีโอด้วยความเร็วเฟรมสูงขนาดนี้ โดยที่ความละเอียดภาพที่ 1080p และยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก เราสามารถปรับ fps ได้สูงถึง 240 fps เลยทีเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างในภาพช้าลง (Slow-motion) สมใจอยากแล้วจริงๆ และยังไม่จบแค่นั้น ด้วยเทคโนโลยีใหม่สำหรับการจัดการเรื่องเสถียรภาพในการจับภาพของทั้งกล้อง และวิดีโอที่ทาง ตากล้องรู้จักกันดี เรียกกันว่า “Stabilization” ช่วยในการลดความสั่นสะเทือนอันเนื่องมากการเคลื่อนไหว หรือการขยับของผู้จับภาพเข้าไปอีก ทุกอรรถรส ทุกอารมณ์ หรือการทำ Home Video ที่คุณสร้างสรรค์ขึ้นมา บอกได้เลยว่าเบ็ดเสร็จในตัว คุณได้ทีมงานมืออาชีพยกทีม ด้วย iPhone 6 เพียงเครื่องเดียว ยอดเยี่ยมมากจริงๆ

ลองชมภาพตัวอย่างจากทาง Mashable ที่ทดสอบเรื่องการตั้ง fps สูงๆ เพื่อจับภาพ Slow-motion กัน

 

ความคิดเห็นหลังจากชมภาพตัวอย่างเป็นอย่างไรบ้างครับ อาจจะบอกกล่าวได้ไม่หมด เมื่อไรก็ตามที่มาถึงมือเราแล้ว น่าจะเข้าใจได้เองอย่างแน่นอน

 

ฮาร์ดแวร์ (Hardware)

สถาปัตยกรรมใน iPhone 6 นั้นเรียกได้ว่าดีทีเดียว อาจเข้าขั้นยอดเยี่ยมก็ว่าได้ ความเร็วหน่วยประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz และเติมด้วยหน่วยความจำอีก 1 GB (RAM) พร้อมกับเซ็นเซอร์ M8 ซึ่งทำหน้าที่ประมวลผลการเคลื่อนไหว (Motion processor)

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณนำ iPhone 6 ไปเปรียบเทียบกับ Samsung Galaxy S5 ที่ใช้ Qualcomm 801 ซึ่งเป็น Quad-core ที่มีความเร็วหน่วยประมวลผลอยู่ที่ 2.5 GHz และมากับ RAM อีก 2 GB คุณก็อาจจะดูว่ามันต่ำกว่า หรือแย่กว่าเลยทีเดียว

มองกันให้ลึกเข้าไปในแง่ของความเป็นจริงในการใช้งานกันดีกว่า ว่า iPhone 6 นั้นครบเครื่องจริง กับฮาร์ดแวร์ และทรัพยากรที่มีมาให้อยู่หรือไม่ ทางผมได้ทดสอบการวัดประสิทธิภาพเบื้องต้นด้วย สามร์โฟน 3 รุ่นอันได้แก่ iPhone 6, Galaxy S5 และ LG G3 (G3 ก็ใช้ ชิพ Snapdragon จาก Qualcomm เป็นหน่วยประมวลผลเช่นกัน) ซึ่งผลที่ออกมา คะแนนโดยรวมใกล้กันมาก แต่ iPhone 6 ยังเป็นเจ้าในสนามประลองแห่งนี้! (โดยทางปฏิบัติแล้ว จากที่กล่าวมาแล้วว่า iPhone 6 นั้นวัดผลออกมาได้ดีกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า มันเองจะดีพอที่จะสามารถเป่า Galaxy S5 หรือ LG G3 ได้ ทั้ง 3 รุ่นเรือธงของแต่ละค่าย นั้นแรงอยู่แล้วโดยเดิมที

สำหรับรายละเอียดการทำ Benchmark เพื่อวัดประสิทธิภาพถ้ามีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมใน 65blogs ต่อไป)

iPhone 6 vs. iPhone 5S Speed Test

iOS 8

เมื่อปลายปีที่แล้ว ดูเหมือนว่า iOS7  นั้น เป็นเทคโนโลยีที่ดูยอดเยี่ยม และมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ๆแล้ว แต่แน่นอนเมื่อไม่มีสิ่งใดเคยหยุดนิ่ง iOS 7 ที่แน่นอนนั้นก็ไม่แน่นอนอีกต่อไป วิศวกรของทาง Apple จึงได้ทำลายข้อจำกัดทางด้านการพัฒนา เพื่อให้ iPhone นั้นเป็นสุดยอดของสุดยอด (ขนาดนั้นเลยทีเดียว) ด้วยการเปลี่ยนแกนหลักของการพัฒนา จากเดิม Objective-C มาเป็น Swift (รายละเอียดพิจารณาได้ที่ WWDC2014 และ Swift) และเปิดตัว iOS 8 นามว่า Yosemite ในที่สุด

iPhone 6 New Keyboard Review: Smart and Intuitive

Health App

การมาของ iOS 8 นั้นไม่ได้มีเพียงเท่านั้น ตามที่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า iPhone 6 นั้นมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ที่เรียกว่า M8 ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวล่าสุด (ของเดิมเป็น M7) ซึ่งรายละเอียดพารามิเตอร์ หรือค่าต่างๆในโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ถูกจัดเก็บโดยชิพตัวนี้

การตรวจจับสุขภาพ ในที่นี้ขอเรียกว่า “Health Track” นั้นสามารถตรวจจับ จำนวนก้าว ระยะทาง ระดับความสูง ระดับขั้น การปีน หรือการไต่ พร้อมกับบารอห์มิเตอร์ (Barohmeter) เครื่องวัดระดับความดัน เรียกกันว่า มีอะไรที่เป็นเทรนด์เพื่อสุขภาพ ก็มีการป้อนมาให้อย่างครบเครื่อง (จนไม่สามารถกล่าวได้หมดในทีเดียว)

ผมทดสอบโดยการทดลองวิ่งขึ้น และวิ่งลงบันได เพื่อลองจับว่า เจ้า iPhone 6 กับเซ็นเซอร์ของมันนั้น ทำงานถูกต้องหรือไม่กับจำนวนขั้นที่ผมวิ่งไปจริงๆ ปรากฏว่าผมเองที่คำนวณผิด เจ้าเซ็นเซอร์นี้ สามารถบอกรายละเอียด การขึ้นลงบันได้ของผม ได้อย่างถูกต้องเลยทีเดียว (เท่าที่เดายังไม่ได้ลองแอบยกขา หรือย่องกับที่) ในส่วนการประยุกต์ใช้งานคงต้องรอดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากแอพพลิเคชั่นต่างๆที่กำลังจะทยอยออกมา ทั้งจาก Apple เองหรือ 3rd Parties ต่างๆต่อไป

ออกกำลังกับ Health App ใน iPhone 6

เหตุเกิดจากความใหม่เกินใน iOS 8

แน่นอนว่าด้วยความที่ใหม่สด และเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายที่เกิดขึ้นกับ iOS 8 นั่น ย่อมส่งผลต่อแอพพลิเคชั่นที่จะเกิดขึ้นตามมา เนื่องจากไม่สามารถป้อนออกมาได้อย่างทันท่วงทีในขณะที่ iPhone นั้นออกตัวมา แต่อย่างไรก็ตามจากการคาดการณ์ของทาง Apple ก็มั่นใจว่า จะมีแอพพลิเคชั่นจำนวนมาก ตามมาได้อย่างไม่นานนัก ภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี ก็น่าที่จะแพร่หลาย ออกมาได้อย่างมากมายใน AppStore

ณ วันนี้ ทางผมเองยังไม่สามารถทดสอบความต่อเนื่อง หรือความลงตัว (Continuity Testing) ในการใช้งานได้อย่างเต็มที่ อาจเป็นอีกสักระยะหนึ่งที่แอพพลิเคชั่นต่างๆนั้น มีออกมามากพอ หรือสมบูรณ์เพียงพอจึงอาจจะกลับมาอธิบาย ขยายความในส่วนแอพพลิเคชั่น กับการใช้งานเพิ่มเติมกันต่อไป

iPhone 6 Reivew

บทสรุปการ รีวิว Apple iPhone 6

ทุกอย่างดูดีขึ้น แต่ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากเดิม

เรื่องราวของ iPhone 6 นั้นยังคงมีอีกหลากแง่มุม หลายมิติ ซึ่งถ้าจะลงลึกกันจริงๆ ไม่น่าจะสามารถแสดงออกมาได้ทั้งหมดเพียงแค่บทความเดียว อีกทั้ง Apple เองยังทำตลาดมาพร้อมๆกับ iPhone 6 Plus ซึ่งเป็นอีกรุ่นที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นไปอีกเพื่อแข่งขันกับตลาด Phablet ด้วยเหตุนี้ จึงยากที่จะตอบได้ว่า iPhone 6 นั้นตอบโจทย์ได้ทุกทาง ของสมาร์ทโฟนหรือไม่ แต่ถ้าพิจารณาจากที่กล่าวมาแล้ว มันดีขึ้นจริงๆ และมันก็ดีกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆที่เป็นเรือธงในไม่ด้านใด ก็ด้านหนึ่งด้วย Apple เองพยายาม เปิดตัวมันมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆอีกมากมาย อาทิ Apple Pay เป็นต้น ซึ่งทางทีมงานก็ยังไม่สามารถทดสอบได้อย่างเต็มที่ (เริ่มที่ประเทศสหรัฐอเมริกา) ว่าเทคโนโลยี NFC ที่มาพร้อมกับ Apple เองนั้นจะยอดเยี่ยมเพียงใดกระทั่งเดือนตุลาคม ตามที่  Apple ได้กล่าวไว้

แน่นอนว่า สมาร์ทโฟนในท้องตลาด ยังคงมีให้เลือกอย่างมากมาย iPhone 6 เอง ก็ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งในนั้น ในเชิงของฟังก์ชั่น หรือประสิทธิภาพงาน หลายต่อหลายอย่าง Samsung Galaxy S5 ก็ทำได้ดีกว่า, Fire Phone จากของ Amazon เอง ก็สร้างความประทับใจในการใช้งาน โดยเฉพาะการซื้อสินค้า หรือการทำ AR (Augment Reality) ได้ดีกว่า, LG G3 ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จัดเต็มเช่นกัน ณ จุดนี้ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว ว่าจะมีความเห็น หรือคิดยังไงกับสมาร์ทโฟนต่างๆ

แต่ที่แน่ๆ iPhone 6 เอง ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ไม่น่าพลาด และควรมีไว้ในครอบครองเหมือนกัน!

[TS-VCSC-Divider divider_type=”ts-divider-border” divider_text_position=”center” divider_text_border=”#eeeeee” divider_image_position=”center” divider_image_border=”#eeeeee” divider_icon_position=”center” divider_icon_color=”#cccccc” divider_icon_border=”#eeeeee” divider_border_type=”solid” divider_border_thick=”10″ divider_border_color=”#1b86b5″ margin_top=”20″ margin_bottom=”20″]

ข้อดี

  • กล้องยอดเยี่ยม
  • หน้าจอที่สมบูรณ์แบบ
  • ประสิทธิภาพดี แบตเตอรี่อึดทนนาน
  • iOS 8 น่าจะนำพามาสู่แอพพลิเคชั่นเด็ดได้อีกมากมาย

ข้อเสีย

  • Apple ยังไม่ได้ทำการปรับปรุงซอฟท์แวร์หลายๆส่วน ให้เหมาะสมกับขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ทรวดทรงด้านหลังไม่สวยงาม ต้องหาอะไรมาปกปิด
  • ใหญ่เกินไป ในกลุ่มผู้ใช้ iPhone รุ่นก่อนๆ จะรู้สึกได้อย่างแน่นอน (สำหรับ Android อาจไม่เป็นปัญหา)
  • เลนส์กล้องไม่ได้พัฒนาเพิ่มเติม
  • แอพพลิเคชั่นในช่วงแรกยังไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ เพราะมากับ iOS 8 ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน

หมายเหตุ การให้คะแนนจากการรีวิวด้านล่างเป็นภาพรวมที่สรุปรวมจากทางข้อมูลความคิดเห็นของทีมงานผู้เขียนบทความ ซึ่งมาจากทั้งทีมงานภายใต้บทความที่นำมาถอดภาษา หรือที่เครดิตซึ่งเป็นที่มาของข้อมูลนั้นๆ โปรดพึงพิจารณาว่า มิใช่ความคิดเห็นโดยรวมที่แทนต่อกลุ่มคนทั้งหมด ท่านผู้อ่านแต่ละท่านสามารถใช้วิจารณญาณ ในการตัดสินใจเพิ่มเติมได้ด้วยตนเองอย่างแน่นอน

คะแนนรวม iPhone 6

Comments

8.9

The Breakdown


งานดีไซน์ ออกแบบผลิตภัณฑ์
8
การแสดงผลหน้าจอ
10
กล้อง และวิดีโอ
10
การโทรเข้า โทรออก รับสาย
8
ประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์
9
ซอฟท์แวร์
9
แบตเตอรี่ ระยะเวลาใช้งาน
8




Pin It on Pinterest

Share This